…เป็นภาพการ เดินทางสู่ จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 2 ในชีวิตของฟอร์ซ่านุ… หลังจากที่เคยไปสัมผัสแดนสามหมอกแห่งนี้เมื่อราว 3-4 ปีก่อน มาคราวนี้ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้สบโอกาสเดินทางอีกครั้ง…

ฟ้าสวย..เลนส์ใส..อุ่นไอ…เมืองสามหมอก (ปาย)
…เป็นภาพการ เดินทางสู่ จ.แม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 2 ในชีวิตของฟอร์ซ่านุ… หลังจากที่เคยไปสัมผัสแดนสามหมอกแห่งนี้เมื่อราว 3-4 ปีก่อน มาคราวนี้ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้สบโอกาสเดินทางอีกครั้ง…
…ผมและพลพรรคเริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ตอนราว ๆ 4 ทุ่ม ออกมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางครั้งนี้ "จ.แม่ฮ่องสอน" เรื่องข้อมูลการเดินทางข้ามไปนะครับ เพื่อน ๆ คงทราบกันดีอยู่แล้วหากไม่ทราบก็
Smart Search ได้เลยครับ…
…เริ่ม จากยามเช้ากับบรรยากาศในวิถีชีวิตเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เช้านี้เราแวะหยุดพักรับประทานอาหารเช้าและล้างหน้าล้างตา เพื่อเติมพลังและเรียกความสดชื่นให้กับตัวเองอีกครั้งบริเวณแถว
อ.แม่สะเรียง … เรียบร้อยจากอาหารก็ถึงเวลาเดินเล่นหามุมถ่ายภาพตามรายทางที่ได้ขับผ่าน
…การ ได้ทำบุญตักบาตรในยามเช้าดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนยังคงให้ความใส่ใจกันอยู่ แต่กับหลายคนก็เหมือนจะถูกเลือนหายไปตามสภาพเวลาและสังคม … ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง แต่กับวันนี้ไม่ใช่

……แดดอ่อน ๆ ตอนเช้าในวันที่สดใสวันนี้ กับสายลมเบา ๆ ที่พัดโชยมาเรียกความสดชื่นคืนกลับมาได้อีกครั้ง… เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างดีทีเดียว
…แม้ผมจะไม่ได้เป็นคน ถ่ายภาพนี้ แต่ก็พอจะเข้าใจอารมณ์และพอจะมองว่าคนที่กดภาพนี้มาก็คงมีความสุขไม่แพ้ผม เช่นกัน … พี่ชายผมถ่ายเองครับ

…ธรรมชาติที่เริ่มเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทันทีที่เริ่มได้เหยียบ อ.แม่สะเรียง ผมก็พอจะอนุมานสภาพเส้นทางและสภาพอากาศออกได้เลยว่าข้างหน้าจะเป็นเช่นไร …
…ดอกหญ้าดอกน้อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ในช่วงเวลานี้ ค่อย ๆ ร่วงโรยแล้ว.. วันเวลาที่ความร้อนและแห้งแล้งค่อย ๆ เดินทางมาถึงซึ่งเป็นไปตามที่ควรจะเป็น (พี่ชายผมถ่ายภาพนี้อีกแล้ว… นี่ตกลงผมจะไม่โพสภาพของผมเองเลยหรือไง)

…ได้ฤกษ์เสียทีกับภาพของผมบ้าง… รอให้ดวงตะวันลอยขึ้นอีกหน่อย ในขณะที่แสงยังส่องลงมาพอให้บันทึกภาพได้โดยไม่แสบตา เบื้องหน้าคือแปลงผักสีเขียว เบื้องหลังคือเสียงเรียกของพลพรรคให้ผมขึ้นรถได้แล้ว… นี่เราช้าอีกแล้วหรือนี่… โอเคไปก็ไป..

…จาก อ.แม่ลาน้อย เราขับรถมุ่งหน้าตามเส้นทางหมายเลข 108 แวะพักตามรายทางบ้าง จนในที่สุดก็มาถึง "วัดพระธาตุดอยกองมู" อึกหนึ่งสถานที่ที่นักเดินทางแทบจะทุกชีวิตที่มาเยือนเมืองสามหมอกจะต้องมา แวะนมัสการกราบไหว้พระธาตุกันเพื่อความเป็นสิริมงคล…
…แดดที่ ร้อนในวันนี้แลกมาด้วยท้องฟ้าที่สดใสไม่ครึ้มสีเทา… เหงื่อที่ไหลอย่างต่อเนื่องก็แลกไปกับการเดินหามุมถ่ายภาพภายในตัวสถานที่ อยู่เสียนาน… ยังดีที่มีลมพัดมาอยู่บ้างแม้จะเป็นลมอุ่น ๆ แต่ก็เหมือนคอยเตือนให้เรารู้ว่าวันนี้เราก็อบอุ่นที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ เช่นกัน

…มุมมหาชนยอดฮิตติดอันดับ… ไม่วายที่หนึ่งมนุษย์หนึ่งปุถุชนอย่างกระผมจะขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกสักใบ…
…สำหรับ ใครที่เดินทางมาถึงที่วัดพระธาตุดอยกองมูนี้ หากไม่รีบร้อนจนเกินไปนัก หาเวลามาไหว้พระทำบุญสังฆทานสักเล็กน้อยก็ดีครับ… การเดินทางจะได้อิ่มทั้งกายอิ่มทั้งสายตาและอิ่มใจด้วย… ผมเองวันนี้ก็เช่นกันได้ทำบุญไปก็สบายใจ ที่เหลือก็อยู่ที่ตัวเองผมเองแล้วแหละครับ

…"โปสการ์ด"… ความหมายตามภาษานุ…
…แผ่นกระดาษ ที่ถูกเขียนขึ้น ณ.ที่ใดที่หนึ่งของกาลเวลาและสถานที่ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ส่งและจำเป็นต้องมีผู้รับ… หากปราศจากคำว่า "คิดถึง" จะไม่สามารถเขียนกระดาษแผ่นที่ว่านี้ได้ ที่สำคัญเขียนแล้วต้องส่งด้วยนะ….
…ผมเองถ้าจำไม่ผิดก็ไม่เคย เขียนโปสการ์ดถึงใครเลย… แต่ก็มีที่เคยเขียนถึงใครคนหนึ่งให้ไป.. โปรดรู้ไว้เลยว่าที่เขียนให้ไปน่ะ… "คิดถึงจริง ๆ "… ลงชักโครก ลงชักโครก ลงชักโครก

…หลังจากนั่งปรับอุณหภูมิเพื่อหวังจะให้เย็นตาม สภาพก้อนน้ำแข็งในแก้วกาแฟอยู่สักพัก จึงรู้ว่าทำไม่ได้… ทางที่ดีควรย้ายตัวเองจุดเดิมเสียทีเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดมุ่งหมายต่อไป …
"บ้านรวมไทย ปางอุ๋ง"…
…เราแวะรับประทานอาหาร น้ำตก ส้มตำ ไก่ย่าง ก๋วยเตี๋ยว กันก่อนจะเดินทางขึ้นสู่ปางอุ๋ง ซึ่งก็แวะกันง่าย ๆ กับร้านข้างทางริมถนนก่อนจะขับเคลื่อนสู่ตัวปางอุ๋งต่อไป… นาทีนี้ หิว ๆ แบบนี้ ร้านแบบนี้อร่อยกว่าร้านหรู ๆ ในเมืองกรุงอีกครับ… ที่ไหนก็อิ่มอร่อยได้ถ้ามีความสุขกับคนที่ได้นั่งด้วยกัน

…การเดินทางสู่บ้านรวมไทยบริเวณปางอุ๋งนั้นเส้นทาง ค่อนข้างชัน… สำหรับผู้ที่ขับรถเดินทางมาต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะครับ… ผมและพลพรรคเรามาถึงที่ปางอุ๋งกันราว ๆ บ่าย 3 โมงกว่าน่าจะได้ จึงมีเวลามากเหลือพอที่จะสำรวจพื้นที่เดินเล่นถ่ายภาพกันเยอะพอสมควร
…ซึ่ง ภาพของผมชุดนี้ก็จะขอระงับภาพแนวต้นสนบริเวณริมบึงไว้แล้วกันนะครับ เนื่องจากเพื่อน ๆ คงเห็นกันมาเยอะแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศกันดูบ้าง

…จากมุมนี้มองออกไป (คาดว่าคงเคยภาพในมุมนี้กันมาบ้างแล้ว) จะเห็นแนวสนและบริเวณจุดกางเต๊นท์พักริมน้ำ และที่ออกไปไกลสุดก็คือแนวสันเขื่อนอีกจุดหนึ่งที่ยามเช้ามองย้อนกลับมาจุด นี้ก็งดงามไม่แพ้กัน
…ปางอุ๋งในวันนี้ธรรมชาติยังคงเหมือนเดิมกับ ครั้งก่อนที่ผมเคยมาเยือน แต่หลายอย่างก็เปลี่ยนไป… ผู้คนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมากขึ้น พร้อมประกาศได้อย่างไม่ต้องสำรวจโพลได้เลยว่าติดอันดับสถานที่ยอดนิยมใน เมืองไทยไปแล้ว… สิ่งที่ต้องตีกลับคืนให้กับชื่อเสียงและความงดงามคงไม่พ้นการช่วยกันดูแล รักษาต่อไป ก็ต้องฝากไว้กับนักเดินทางทุกคนที่ไปนี่แหละครับ
…เริ่มต้นเช้าวันใหม่
หลังจากแผ่นหลังทำความใกล้ชิดกับเตียงนอนมาตลอดทั้งคืนก็ถึงเวลาแยกจากกัน เสียแล้ว… ล้างหน้าล้างตาให้พอหายจากอาการสลึมสลือ เราก็ค่อย ๆ เดินเท้ามายังบริเวณริมสันเขื่อนเพื่อมาสัมผัสความหนาวเย็น ณ.บริเวณนี้กัน…
…แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลแต่เหล่านักเดินทาง นักท่องเที่ยวก็ยังคงหนาแน่นอยู่ในระดับที่จะถ่ายวิวแบบโล่ง ๆ ก็ลำบาก… ภาพนี้พี่ชายผมปลีกวิเวกไปเดินคนเดียวกลับมาเลยขอยึดภาพมาโพสซะหน่อย ฮ่าๆๆ



…เช้าวันนี้มีดวงอาทิตย์อยู่ 3 ดวง… หนึ่งที่บนฟ้า สองในน้ำ … และในน้ำ แสงสีทองยามเช้าวันนี้เป็นสัญญาณเพิ่มขีดความอบอุ่นให้กับเหล่านักท่อง เที่ยวได้อย่างไม่มีที่ติ ไอหมอกเหนือผิวน้ำที่ล้อเล่นกับระลอกคลื่นยามลมพัดมา พนันได้เลยว่าไม่ว่าจะยืนจากมุมนี้หรือจะเป็นผู้ที่อยู่ในแพ ต่างคนต่างมีความสุขไม่แพ้กันแน่นอน
…ผมเองก็เช่นกัน ไมใช่แค่ความสุขที่ได้สัมผัสบรรยากาศทัศนียภาพที่งดงามแบบนี้ แต่ความสุขเพิ่มเติมก็คือการได้เดินทางมากับคนที่เราอยากให้มา และก็ได้มายืนอยู่ด้วยกันจริง ๆ
…อีกหนึ่งมุมที่ก็คงจะซ้ำกับใคร ๆ ที่ได้มาเยือนที่แห๋งนี้…
…ภาพ บางภาพอาจเหมือนอาจซ้ำกับใคร แต่แน่นอนว่าความสุขและช่วงเวลานั้นย่อมต่างกัน ภาพคนอื่นสวย ภาพของเราก็สวย แต่แม้ภาพของเราจะไม่สวยก็ไม่ได้แปลว่าภาพของเราจะไม่มีความสุขใช่ไหมครับ
…ถ่าย ภาพเพื่อผ่อนคลายเก็บไว้เป็นความทรงจำดีดี ไว้เป็นที่ระลึกแทนดอกไม้ใบหญ้าเปลือกหอยที่ไม่ควรติดกลับมา… ซีเรียสกับการถ่ายภาพบ้างเป็นบางโอกาสตามวาระ แต่กับผมไม่ใช่วันนี้แน่นอน เพราะผมมาพักผ่อน…

…แม้จะไม่ได้เดินตามด้วยกัน แต่ทันทีที่ผมเห็นภาพนี้ผมก็รู้เลยว่าคนบันทึกภาพนี้ต้องการสื่อถึงอะไร… ทีนี้ก็จะไปตกอยู่ที่ความสามารถของกล้อง และความเข้าใจในการปรับค่ากล้องของเรา ให้ได้ออกมาอย่างที่ตาเห็นมากน้อยแค่ไหน…

…แสงแดดที่ค่อย ๆ ทวีความร้อนออกมา แม้สภาพอากาศยังหนาวเย็นอยู่ แต่แดดก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะร้อนไปหน่อยแต่เพื่อแลกกับภาพสวย ๆ แสงสวย ๆ ..พนักงานร้านโปสการ์ดคนสวยของผมก็ไม่ย่อท้อครับ

…เส้นทางมุ่งหน้าสู่บ้านรักไทยในวันนี้ ค่อนข้างเงียบอาจเพราะยังอยู่ในช่วงเช้า…
…ภาพ บรรยากาศริมทางทันทีที่เห็นวิวสวย ๆ แบบนี้ สำหรับผมแล้วย่อมพลาดไม่ได้ หาที่จอดรถให้ปลอดภัยริมทางแล้วก็เดินมาหามุมถ่ายภาพ ภาพนี้ใช้เลนส์ซูมจากระยะไกลเลยทีเดียว… รอจังหวะวักน้ำสวย ๆ แล้วกดชัตเตอร์… ถ่ายมา 3 น้ำสวยโค้ง 1 .. ก็พอใจครับ


…พวกเราใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงบริเวณหมู่บ้านรัก ไทย (ส่วนประวัติความเป็นมาหาอ่านที่อื่นได้เลยครับ) แดดที่ร้อนแรงตอนนี้ค่อย ๆ เผาผลาญพลังงานของพวกเราทีละน้อย ๆ
…บรรยากาศริมน้ำของบริเวณบ้านรักไทย อากาศเริ่มแห้งแล้งเข้าเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล ภายในตัวหมู่บ้านแห่งนี้มีเส้นทางขับรถให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมสัมผัส บรรยากาศและมนต์เสน่ห์แบบจีน ๆ อย่างเหลือเฟือเลยครับ

…นอกจากตัวลักษณะของแบบบ้านชาวจีนที่พบเห็นกันได้ ง่าย ของซื้อของขายรวมไปถึงของฝากที่ระลึกก็ยังมีให้นักท่องเที่ยวนักเดินทางได้ เลือกซื้อจับจ่ายไปเป็นของฝากแก่ผู้ที่ไม่ได้มา
…อาจจะผิดไปสักหน่อยกับสองสาวในภาพนี้ที่ผมสังเกตุแล้วมาเดินเอาสนุกสนานเฮฮาอย่างเดียว ไม่มีของติดไม้ติดมือกลับเลยสักชิ้น…

…หลังจากเสร็จสิ้นอาหารมื้อแรกของวัน
พร้อมทั้งเก็บภาพบรรยากาศและถ่ายรูปเล่นที่หมู่บ้านรักไทยกันเรียบร้อยแล้ว เราทั้งหมดก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป "พระตำหนักปางตอง"…
…ตัวภายในพระตำหนักปางตองมีจุดที่น่าสนใจมากมาย หลายจุดด้วยกัน อย่างในจุดนี้คือบริเวณแปลงปลูกสตรอเบอร์รี่ ซึ่งผมและผู้ร่วมทางก็มาช่วยกันเก็บ ช่วยกันซื้ออุดหนุนกันไปอย่างเอร็ดอร่อย สมใจกันไปทั้งคนปลูก คนซื้อ…

…หรือจะเป็นจุดที่มีเจ้าแกะน้อยอยู่ในท้องทุ่ง แต่อย่างเจ้าตัวนี่แยกออกมาครับ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว เห็นตัวเล็ก ๆ อย่างนี้แต่เสียงร้องนี่ดังดีทีเดียว…
…หากใครที่สนใจจะมาดูแกะ เดินเข้าบริเวณทุ่ง ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะต้องมาช่วงเวลาราว ๆ สัก 8 โมงกว่าน่ะครับ… วันนี้ผมมาสายไปได้แค่นี้ก็พอครับ

…แม้แต่แกะตัวน้อยก็ยังรู้ที่จะเลือกว่าอะไรที่ สะอาด และอะไรที่สะอาดน้อย… น่ารักครับแกะน่ารักมาก ขนก็นุ่ม น่าหนุนนอนไม่แพ้ตักแฟนเลยครับ
…นอกจากนี้ภายในบริเวณพระตำหนักปางตองด้านบนยัง เป็นพื้นที่ปลูกดอกไม้สวย ๆ หลากหลายพันธุ์ แม้ในวันนี้ที่อากาศร้อนแต่ดอกไม้ก็ยังได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้า หน้าที่…


…จริง ๆ
ยังมีภาพบริเวณนี้อีกเยอะแต่เกรงว่าจะเยอะเกินไปกับภาพชุดนี้ผมขอตัดมาแค่นี้พอแล้วกันนะครับ
…ท่าม กลางแสงแดดและอากาศที่ร้อนมากในวันนี้ ทำให้ยิ่งเหนื่อยล้าเข้าไปอีกทวีคูณเห็นทีจะต้องรีบขึ้นรถเปิดแอร์ฉ่ำ ๆ มุ่งหน้าสู่ อ.ปางมะผ้า ก่อนจะเข้าสู่เมืองปายต่อไป
…จากภาพนี้แล้วออกไปปางมะผ้ากันก่อนเลยแล้วกันครับ

…จากพระตำหนักปางตองเราเดินทางใช้ถนนทางหลวงหมาย เลข 1095 เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอปาย แต่ก่อนจะถึงจุดหมายสำคัญยังไงเสียก็ต้องผ่าน อ.ปางมะผ้าอยู่ดี แวะพักริมทางสักหน่อยครับ

…แล้วก็มาถึงครับ จุดชมวิวปางมะผ้า… แวะพักเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า ดื่มน้ำให้สดชื่นกันหน่อย…
…เป็น จุดชมวิวที่ไม่ใหญ่อะไรมาก แต่นักท่องเที่ยวที่ผ่านแทบทุกรายก็จะแวะพักผ่อน มาเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างไม่ขาดสาย แม้แดดจะร้อนอย่างในวันนี้ก็ตาม
…จาก อ.ปางมะผ้า เติมน้ำมันให้พร้อมเดินทางสู่ อ.ปาย ไม่รอช้าผมและพลพรรครักกัน รีบเข้าสู่ที่พักที่ได้ติดต่อไว้บริเวณ "บ้านสันติชล" อยุ่ใกล้กันกับ "วัดน้ำฮู" ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของเมืองสามหมอก
…ภาพบ้านดินซึ่งผมและผองพรรคก็พักกันที่บ้านดินแห่งนี้แหละครับ

…ทิวเขาเบื้องหลังหมู่บ้านเป็นทัศนียภาพที่สวยงามต้อนรับแสงอาทิตย์ยามเย็นได้เป็นอย่างดี
…การ เดินทางที่เหนื่อยล้ามาตลอดวัน ยังไม่สามารถทำให้พวกเราพักกันยาว ๆ ได้ เหนือสิ่งอื่นใดคงเพราะ "ความสุขและความอบอุ่น" ที่ได้มากับคนดีดีในวันดีดีแบบนี้… มองซ้ายมองขวามีแต่ความสุขเต็มไปหมด
…ทัศนียภาพเบื้องหลังหมู่บ้านที่ทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ก่อนจะค่อย ๆ อ่อนแรงลง
…ความ หนาวเย็นค่อย ๆ เดินทางกลับมาอีกครั้ง มาพร้อมกับเสียงท้องร้องของแต่ละพลพรรค… พวกเราใช้เวลาทั้งหมดกับช่วงเวลานี้ไปกับการเดินเล่นถ่ายรูปกันอย่างอิ่มหนำ สำราญราวกับว่าอยากให้ดวงอาทิตย์ตกช้ากว่านี้อีกสัก 2-3 ชั่วโมง

…ช่วงหัวค่ำของคืนนี้ผมและพลพรรคทั้งหมดที่มาด้วย กัน ตัดสินใจไปหาอะไรกินกันที่ตลาดปายยามค่ำคืน… แม้ผมจะไม่มีภาพมาฝากกับภาพช่วงนี้แต่ภาพที่ผมยังจำได้มันเยอะแยะมากมายเสีย เหลือเกิน
…"ปาย" เมื่อคราวก่อนที่ผมได้มาเยือนในยามค่ำคืน ยังเป็นสถานที่เงียบ ๆ มีมุมให้นั่งเล่น เดินจิบเบียร์ไปเพลิน ๆ มีร้านค้าขายของบ้างประปรายไม่มากมายเหมือนในวันนี้ ที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันมาจากทั่วทุกสารทิศ
…อารมณ์ในวันนั้น กับตอนนี้ของผมเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ปายยังคงมีเสน่ห์ ปายยังคงมีอะไรเหมือนเดิมที่เคยมา หากที่จะเปลี่ยนไปก็คงเป็นไปตามกาลเวลาและวินัยของการท่องเที่ยว… หลายรีสอร์ทหลายกิจการเติบโตขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวนักเดินทางทั้งไทยและ เทศ ซึ่งผมเองก็คงได้แต่หวังว่าให้ทุกอย่างมันค่อยเป็นค่อยไปตามที่มันควรจะเป็น แล้วกัน… อย่าได้เร่งวันเร่งคืนให้รีบแย่ไปกว่านี้เลย

…หลับลงอีกหนึ่งคืนที่เมืองปาย… เป็นอีกหนึ่งคืนที่ผมมีความสุขกับค่ำคืนที่มีบรรยากาศดีดีอย่างในวันที่เดิน ทางมานี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดจริง ๆ
…หลังจากจุใจทั้งการเก็บภาพทัศนียภาพและภาพคน… เราก็ลดระดับเหนือผืนน้ำทะเลลงมาสู่ที่บ้านสันติชลอีกครั้ง เพื่อเก็บกระเป๋าขนสัมภาระขึ้นรถเตรียมเดินทางกลับ… แต่คงจะกลับไม่ได้ … ถ้าไม่แวะถ่ายภาพที่ "ตลาดปาย"…
…อยาก รู้จริง ๆ ถ้าเปลี่ยนคำว่า "ปาย" ในป้ายนั่นเป็นคำอื่นเช่น "รักคนที่ตลาดเจ๊เล้ง" หรือ "รักคนที่สาทร" … มันจะยังดูสวยอยู่มั๊ยเนี่ยะ…
…คือบอกตรง ๆ เลยนะครับว่าผมก็ไม่ถนัดถ่ายภาพแนวนี้สักเท่าไหร่… แต่มาที่ปายนี่ต่อมระเบิดเลยครับ เจออะไรก็ถ่ายมันซะทุกอย่างไป…
…อืมม… มันก็ออกมาดูได้ ดูดีเหมือนกับคนอื่นถ่ายมาเหมือนกันแฮะ

…ป้ายรก ๆ ก็ยังถ่ายมา…
…หมดแล้วครับที่ ตลาดปาย .. ภาพชุดนี้ใกล้หมดแล้ว… ออกรถเดินทางสู่ร้านสุดดัง ริมทางยอดฮิต… ใครไปปายแล้วไม่ผ่านร้านนี้รู้ได้แน่นอนเลยว่า "คุณไม่ได้มาปาย"….

…สะบายดีคอฟฟี่ อินเลิฟ…
…น่าอิจฉาพวก นายแบบนางแบบก็ตอนนี้แหละครับ… ภาพนี้ได้มาโดยปราศจากกลุ่มเดินทางนับยี่สิบที่วนเวียนอยู่แถวนั้น ใช้เวลาตั้งท่ารีบถ่ายมาภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที… อะไรจะรีบขนาดนี้
…ไม่มีรูปตัวเราเองเช่นเคย… เฮ่อ….

…มุมประจำมหาชนครับ…
…ขอบคุณพี่ฟ้ามากนะที่ถ่ายภาพนี้มาให้ผมโพส … สวยมากเลยผมชอบ เป็นมุมที่ผมข้ามไปได้ไงวะเนี่ยะ… หยอกเย้า หยอกเย้า
…ภาพการเดินทางครั้งนี้หมดแล้วครับ… ทิ้งไว้กับภาพสาวร้านโปสการ์ดที่ลากมาด้วยกันตั้งแต่ออกเดินทาง… รักนะจุ๊บ ๆ รักเธอสุดหัวใจ รักจนไม่อยากเปลี่ยนใจ และจะรักตลอดไป… ไอเลิฟยู…
…ฝากไว้เหมือนเดิมครับ… ท้องทะเล ป่าเขา ดอกหญ้า ต้นไม้ ถนน ทั้งโลกเหนือน้ำ และโลกใต้น้ำ ท้องฟ้า ก้อนเมฆ เศษดิน เปลือกหอย .. ฝากเพื่อน ๆ ช่วยกันดูแลไว้ให้นาน ๆ ครับ …
…ถุง พลาสติก ๆ ลด ๆ กันหน่อยนะครับ.. ขับรถมีน้ำใจค่อย ๆ ไปเดี๋ยวก็ถึง… เดินทางไปไหนก็ช่วยกันดูแลรักษา ของดีดีจะได้อยู่กับพวกเรานาน ๆ … โลกแย่แล้ว ปล่อยให้มันค่อย ๆ แย่ไปแล้วกัน อย่าไปเร่งทำลายให้มันรีบพังกันไปเลย ให้มันเป็นไปช้า ๆ เถิด… นอนหลับฝันดี ถอดปลั๊กไฟฟ้าก่อนนอน แล้วขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคนครับ…
…สวัสดีครับ… / ฟอร์ซ่านุ…
Related posts:






Leave a Reply